
ทุกกิจกรรมและการกระทำสิ่งต่างๆ นั้น ย่อมมีสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมมันได้ ซึ่งในจุดนี้เราจะเรียกกันว่า “ความเสี่ยง” นั้นเองครับ ซึ่งเราเชื่อว่านักลงทุนทุกๆ ท่านคงจะเคยได้ยินเกี่ยวกับประโยคเตือนสติสุดคลาสสิกอย่าง “ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง” กันมาอย่างแน่นอนครับ ซึ่งวันนี้เราจะมากล่าวให้ความรู้ในอีกด้านที่คล้ายๆ กันอย่าง “ความเสี่ยงที่หลายคนมองข้ามใน Copy Trading” ให้กับทุกๆ ท่านได้ศึกษา จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น…เราไปศึกษาพร้อมๆ กันเลยครับ
4 ความเสี่ยงเกี่ยวกับการเทรดแบบ Copy Trading
แม้ว่า Copy Trading จะเป็นเครื่องมือที่สะดวกและเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่มีประสบการณ์สามารถเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายขึ้น แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่สำคัญที่ผู้ใช้งานต้องตระหนักถึงอย่างรอบคอบ นี่คือ 4 ความเสี่ยงหลักเกี่ยวกับการเทรดแบบ Copy Trading
1. ความเสี่ยงจาก Master Trader (Performance Risk)
นี่คือความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดและเป็นหัวใจสำคัญของการ Copy Trading เนื่องจากผลการเทรดของคุณจะผูกติดอยู่กับผลงานของ Master Trader ที่คุณเลือกคัดลอก:
- ผลงานในอดีตไม่รับประกันผลงานในอนาคต: แม้ Master Trader จะมีผลงานในอดีตที่ยอดเยี่ยม แต่ไม่มีอะไรรับประกันว่าพวกเขาจะยังคงทำกำไรได้ในอนาคต สภาวะตลาดเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และกลยุทธ์ที่เคยได้ผลอาจไม่ได้ผลอีกต่อไป
- การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ของ Master Trader: Master Trader อาจตัดสินใจเปลี่ยนกลยุทธ์การเทรด (เช่น จากเทรดสั้นเป็นเทรดยาว หรือจากความเสี่ยงต่ำเป็นความเสี่ยงสูง) โดยที่คุณไม่ทราบล่วงหน้า ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความเสี่ยงที่คุณรับได้
- ความเสี่ยงที่ Master Trader รับ: Master Trader บางคนอาจใช้กลยุทธ์ที่มีความเสี่ยงสูง (เช่น การใช้ Leverage สูง, การถือสถานะจำนวนมากเกินไป, การไม่ตั้ง Stop Loss) หาก Master Trader ผิดพลาด คุณก็จะขาดทุนตามไปด้วยในสัดส่วนที่สูง
- Master Trader เลิกเทรดหรือไม่แอคทีฟ: หาก Master Trader ที่คุณคัดลอกหยุดเทรดหรือไม่อัปเดตสถานะการเทรดบ่อยๆ บัญชีของคุณอาจไม่มีการเคลื่อนไหวหรือคุณอาจต้องหา Master Trader คนใหม่ ซึ่งเป็นการเสียเวลาและโอกาส
2. ความเสี่ยงด้านการตั้งค่าและการบริหารจัดการบัญชีของคุณ (Configuration & Management Risk)
แม้จะเป็นการคัดลอก แต่คุณก็ยังต้องมีการตั้งค่าที่ถูกต้อง และการละเลยส่วนนี้อาจนำไปสู่การขาดทุนได้:
- การตั้งค่าสัดส่วนการคัดลอกที่ไม่เหมาะสม: หากคุณตั้งค่าสัดส่วนการคัดลอกสูงเกินไป (เช่น คัดลอก 1:1 ด้วยเงินทั้งหมด) เมื่อ Master Trader เปิดสถานะที่มีขนาดใหญ่ บัญชีของคุณอาจรับความเสี่ยงได้ไม่ไหว หรือขาดทุนหนักหากผิดทาง
- การไม่กำหนด Stop Loss สำหรับบัญชีคัดลอก: แพลตฟอร์มบางแห่งอนุญาตให้คุณกำหนด Stop Loss สูงสุดสำหรับบัญชีคัดลอกโดยรวม หากคุณไม่ได้ตั้งค่านี้ และ Master Trader ขาดทุนอย่างหนัก บัญชีของคุณอาจล้างพอร์ตได้ทั้งหมด
- การกระจุกตัวใน Master Trader เพียงคนเดียว: หากคุณคัดลอก Master Trader เพียงคนเดียว นั่นหมายความว่าเงินลงทุนของคุณขึ้นอยู่กับคนเพียงคนเดียว การกระจายความเสี่ยงโดยการคัดลอก Master Trader หลายคนที่มีกลยุทธ์แตกต่างกันจะช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้
- การไม่ตรวจสอบบัญชีอย่างสม่ำเสมอ: การละเลยการตรวจสอบผลงานของ Master Trader หรือการปรับเปลี่ยนการตั้งค่าเมื่อจำเป็น อาจทำให้คุณไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงหรือการขาดทุนที่อาจเกิดขึ้น
3. ความเสี่ยงด้านเทคนิคและระบบ (Technical & Systemic Risk)
ปัญหาทางเทคนิคของแพลตฟอร์มหรือระบบเองก็เป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่ต้องพิจารณา:
- ความล่าช้าในการคัดลอก (Slippage): ในตลาดที่มีความผันผวนสูง หรือในภาวะที่ตลาดมีความเคลื่อนไหวรวดเร็ว คำสั่งซื้อขายของคุณอาจไม่ได้ถูกดำเนินการที่ราคาเดียวกับ Master Trader อาจเกิดความคลาดเคลื่อนของราคา (Slippage) ซึ่งทำให้ผลกำไรลดลงหรือขาดทุนเพิ่มขึ้น
- ปัญหาแพลตฟอร์มล่มหรือมีข้อผิดพลาด: หากระบบของโบรกเกอร์หรือแพลตฟอร์ม Copy Trading มีปัญหาขัดข้อง อาจทำให้คำสั่งของคุณไม่ถูกคัดลอก, คัดลอกล่าช้า, หรือไม่สามารถปิดสถานะได้ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการขาดทุน
- ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูล: แม้จะไม่ใช่ความเสี่ยงโดยตรงจากการเทรด แต่การที่ข้อมูลส่วนตัวและเงินทุนของคุณอยู่บนแพลตฟอร์ม ก็มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูลและบัญชี (เช่น การถูกแฮก) ซึ่งควรเลือกแพลตฟอร์มที่มีความน่าเชื่อถือสูง
4. ความเสี่ยงด้านค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย (Fee & Cost Risk)
แม้จะดูเหมือนไม่มีค่าใช้จ่ายชัดเจน แต่ก็มีค่าใช้จ่ายแฝงที่คุณต้องคำนึงถึง:
- ค่าธรรมเนียมการคัดลอก (Performance Fee): แพลตฟอร์มและ/หรือ Master Trader อาจเรียกเก็บส่วนแบ่งจากกำไรที่คุณได้รับ (เช่น 10-30% ของกำไร) หากคุณทำกำไรได้น้อย ค่าธรรมเนียมนี้อาจส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนสุทธิของคุณ
- ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย (Commission/Spread): คุณยังคงต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการซื้อขาย (Commission) หรือส่วนต่างราคาซื้อขาย (Spread) ตามปกติเหมือนกับการเทรดทั่วไป ซึ่งเมื่อรวมกับการเทรดบ่อยครั้งของ Master Trader อาจทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น
- ต้นทุนแฝงจากการ Slippage: ดังที่กล่าวไปแล้ว Slippage อาจเป็นต้นทุนแฝงที่ทำให้ผลตอบแทนของคุณน้อยกว่าที่ควรจะเป็น
เห็นกันแล้วจากข้อมูลในบทความข้างต้นใช่มั้ยครับว่า “ความเสี่ยง” เป็นสิ่งที่ต้องศึกษาและวางแผนรับมือกันเอาไว้ โดยเฉพาะการเทรดหุ้น เป็นอะไรที่รวดเร็วทั้งด้านการสร้างผลกำไรหรือเกิดการขาดทุนเพียงไม่กี่ชั่วโมงครับ หวังว่าจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับนักเทรดนะครับ
